ผู้อำนวยการ - Director

นายแพทย์ชัยสิทธิ์ มัทวานนท์

บทความ/สาระน่ารู้ - KMs

ทำธุรกรรมผ่าน ATM อย่างไรให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ

(2013-12-18) ทำธุรกรรมผ่าน ATM อย่างไรให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ...

10 โมงครึ่ง คือเวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟ

(2013-12-18) 10 โมงครึ่ง คือเวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟ...

พบไวรัสก่อมะเร็งพื้นที่สาธารณะส้วม-ลิฟต์-บันได

(2013-06-12) รพ.รามาฯ สำรวจพบ ไวรัสก่อมะเร็งปากมดลูก องคชาต ทหารหนัก ตามห้องน้ำสาธารณะ ย้ำอย่าตื่น โอกาสติดจากใช้ห้องน้ำยาก แนะล้างมือให้สะอาด...

เผยผลวิจัย “สารสกัดขมิ้นชันกับการต้านอาการอักเสบในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม”

(2013-05-20) รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวิไล คุปต์นิรัติศัยกุล จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล บรรยายพิเศษ หัวข้อ “Curcumin and its Anti-inflammatory Effect in Knee OA” “สารสกัดขมิ้นชันกับการต้านอาการอักเสบในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม”...

ไทยขาดความรู้โภชนาการ อ้วนตายปีละ2หมื่น !!

(2013-05-08) ปัญหาโรคอ้วนกับคนไทยมีระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี จากข้อมูลล่าสุดของ สำนัก งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบจำนวนคนไทยเป็นโรคอ้วนถึงปีละ 4 ล้านคน ติดอันดับ 5 ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก...

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หมวดคอมพิวเตอร์

(2014-01-03) ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของประชาชนได้เพิ่มจำนวนสูงขึ้น เนื่องจากการใช้งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดการการะทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากขึ้นด้วยเช่นกัน...

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เกี่ยวกับพนักงานเจ้าหน้าที่

(2014-01-03) นอกจากประชาชนทั่วไปที่ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ในส่วนของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ก็มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง...

(2014-01-01) ...

ถาม-ตอบปัญหา - FAQs

Q : การปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการตรวจสุภาพ ควรทำอย่างไรบ้าง ?

A : -

Q : ข้อมูลที่ติด Error ของแต่ละแฟ้มหลังจากที่แก้ไขให้ถูกต้องแล้วสามารถส่งเข้าหน้าเว็บอีกครั้งได้หรือไม่ และจะติด Error ข้อมูลซ้ำซ้อนหรือไม่ ?

A : ในกรณีที่ติด Error อื่นๆ ที่ไม่ใช่ข้อมูลซ้ำซ้อน หลังจากแก้ไขให้ถูกต้องแล้วสามารถส่งเข้ามาใหม่ได้ โดยจะไม่ติด Error ข้อมูลซ้ำซ้อนครับ แต่กรณีที่ติด Error ข้อมูลซ้ำซ้อนไม่ต้องส่งเข้ามาอีกครับ เพราะส่งมาก็จะติด Error ข้อมูลซ้ำซ้อนเหมือนเดิมครับ

Q : ค่าใช้จ่ายในการรักษาจี้ยาหูดหงอนไก่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ?

A : -

ผลงานวิชาการ - Research

ศูนย์ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ - Web Stats

ข่าวสาธารณสุข - MOPH News

กรมสุขภาพจิต แนะ อากาศร้อน ใจอย่าร้อนตาม จัดการความเครียดให้ได้ ที่สำคัญ อย่าให้ผู้ป่วยจิตขาดยา

(Wed, 23 Apr 2014 23:27:07 +0700)          นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงปัญหาสุขภาพจิตจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ ว่า อากาศร้อน นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด หรือ ฮีตสโตรก (Heat stroke) ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนดื่มเหล้าจัด คนอ้วน ผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานและผู้ที่มีโรคประจำตัวแล้ว อากาศร้อนยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอีกด้วย ที่เห็นได้ชัด คือ จะทำให้หงุดหงิดง่ายขึ้น ส่งผลให้มีความทนทานต่อความเครียดน้อยลง เมื่อมีอะไรมากระตุ้นกับจิตใจก็จะทำให้เครียดง่ายกว่าปกติ และอาจเกิดการตัดสินใจที่ไม่ได้ยั้งคิดต่างๆ ตามมา เกิดการกระทบกระทั่ง ทะเลาะเบาะแว้ง และเกิดความรุนแรงขึ้นได้ ผู้ที่มีประวัติการใช้ความรุนแรง  จึงต้องให้ความระวังเป็นพิเศษ         อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า อากาศร้อนไม่มีผลต่อจำนวนการเจ็บป่วยทางจิตที่มากขึ้น เป็นเพียงตัวกระตุ้นหรือเพิ่มความเครียดเดิมที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นมากกว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในช่วงหน้าร้อนยังไม่มีการรายงานตัวเลขผู้ป่วยที่มาขอรับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิตหรือขอรับบริการปรึกษาผ่านสายด่วน 1323 เนื่องจากอากาศร้อนโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นการขอรับบริการปรึกษาปัญหาความเครียดในเรื่องต่างๆ  ซึ่งพบว่า ช่วงอากาศร้อน ระหว่าง ก.พ.-เม.ย. ปีที่แล้ว กับ อากาศร้อนในช่วงนี้ (ก.พ.-เม.ย.57) มีการขอรับบริการปรึกษาปัญหาความเครียดและวิตกกังวล     ผ่านสายด่วน 1323 เพิ่มขึ้น มากกว่า 2 เท่าตัว (ปี 56 จำนวน 1,690 ราย ปี 57 จำนวน 3,859 ราย) ส่วนมากเป็นความเครียดที่มาจากปัญหาครอบครัว ปัญหาการทำงาน และปัญหาความรักเป็นหลัก ซึ่งหากไม่มีวิธีการจัดการกับความเครียดที่ดี เมื่อมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศร้อนย่อมจะเพิ่มความเครียดให้สูงขึ้นได้        อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ป่วยจิตเวช การได้รับยาเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ไม่เกิดอาการกำเริบมากกว่าการมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่ร้อนเพียงเท่านั้น คนในครอบครัวจึงต้องสอดส่องดูแล อย่าให้ขาดยา ตลอดจน ให้ผู้ป่วยจิตเวชทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยว เกิดความเพลิดเพลิน ที่สำคัญ ต้องไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากจะมีฤทธิ์โดยตรงกับสมอง และมีผลต้านฤทธิ์ยาที่แพทย์รักษา ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการกำเริบได้ นอกจากนี้ คนในครอบครัว ญาติหรือผู้ดูแลก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้จักจัดการความเครียดของตนเองให้ดี เนื่องจากมีความเครียดมากกว่าผู้ป่วยอยู่แล้ว ทั้งต้องทำงาน ต้องดูแลผู้ป่วย มีปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าจัดการความเครียดไม่ดี ก็อาจจะไปลงที่ผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยจะมีความสามารถในการจัดการความเครียดได้น้อยกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว จึงมีโอกาสที่จะเกิดอาการกำเริบขึ้นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดูแลทั้งเรื่องยาของผู้ป่วยและก็ต้องดูแลจิตใจตัวเองให้ดีควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ ให้สังเกตสัญญาณเตือนอาการทางจิตกำเริบ คือ นอนไม่หลับ หงุดหงิด มีความคิดแปลกๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าว หวาดกลัว ฉุนเฉียวง่าย ให้รีบพาไปพบแพทย์หรือโทรปรึกษาที่สายด่วน 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง  สำหรับวิธีการรับมือกับปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจที่เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนนั้น อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ให้ข้อแนะนำ ดังนี้ ·       ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำเป็นระยะเวลานาน ๆ ควรดื่มน้ำให้มากเพียงพอต่อวัน รวมทั้ง ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร ทานอาหารที่ทำสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดร้อน หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ·       หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนสูง โดยเฉพาะเวลา 11 โมงเช้า – บ่าย 3 โมง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน ·       สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก สวมหมวก/กางร่ม ใช้ครีมกันแดด เมื่อออกสู่ที่แจ้ง เพื่อลดการเผาไหม้ของแสงแดดสู่ผิวหนัง ·       นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากสภาพอากาศในตอนกลางวันจะทำให้เหนื่อยง่าย เสียเหงื่อ และเสียพลังงาน ทำให้ไม่ค่อยสดชื่น สมองไม่ปลอดโปร่ง ·       รู้เท่าทันความเครียดของตนเอง โดยสังเกตได้จาก การเริ่มมีอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หายใจไม่ค่อยอิ่ม อาการทางจิตใจ เช่น ว้าวุ้น สมาธิไม่ค่อยดี หงุดหงิด สับสน  คิดอะไรไม่ออก ถ้ามีอาการเหล่านี้อยู่ แสดงว่ามีความเครียด จำเป็นต้องหาทางจัดการความเครียดให้ได้ เช่น การออกกำลังกาย ทำสมาธิ  โยคะ ทำงานอดิเรก ปลูกต้นไม้  หรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่เพลิดเพลิน เพื่อพักสมองจากความเครียดต่างๆ         ยิ่งเครียดมากเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตได้ ·       ฝึกคิดบวก เช่น มองว่า อากาศร้อนทำให้ครอบครัวมีความสุข เนื่องจาก ไม่มีใครอยากออกไปรับสภาพอากาศที่ร้อนนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ทำให้มีเวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ได้พบปะพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวมากขึ้นกว่าปกติ ฯลฯ ·       หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ร้อนข้างในร่างกาย แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว และจะเพิ่มแรงดันเลือดให้สูงขึ้นกว่าช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นหรือในช่วงที่มีอากาศปกติ โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำรุนแรง อาจทำให้ช็อกหมดสติ และมีโอกาสเสียชีวิตได้  รวมทั้ง ทำให้ควบคุมสติไม่อยู่และอาจทำให้มีอาการประสาทหลอนตามมาได้                                                                                                             **********************

อย. เผย รายชื่อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย อันตราย! อย่าซื้อมาบริโภคเด็ดขาด

(Wed, 23 Apr 2014 21:46:55 +0700) จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการตรวจสอบ และปราบปรามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผิดกฎหมายที่ร้านค้ามักนำมาจำหน่าย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศ ผลิตภัณฑ์อาหาร/ผลิตภัณฑ์ยาอ้างช่วยลดน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างทำให้หน้าอกโต และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างทำให้ผิวขาว เนียน ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์พบว่า ไม่มีการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร มีการใช้เลขสารบบอาหารปลอม หรือมีการนำเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อื่นมาใช้ อย. จึงได้รวบรวมรายชื่อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายดังกล่าว เพื่อแจ้งเตือนผู้บริโภค มิให้ซื้อมาบริโภคเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งจากสารอันตรายที่ลักลอบใส่ หรือจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน รายชื่อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายที่สืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

กรมวิทย์พบทรายภูเขาไฟเริ่ด! กำจัดลูกน้ำยุงลายนาน 6 เดือน ดีกว่าทรายอะเบท

(Tue, 22 Apr 2014 21:35:56 +0700)      กรมวิทย์พบ ทรายภูเขาไฟเคลือบเทมีฟอสช่วยลดกลิ่นเหม็น ทำให้น้ำใส กำจัดลูกน้ำยุงลายได้นานกว่าทรายอะเบท สูงสุดถึง 6 เดือน เหตุทรายภูเขาไฟมีลักษณะรูพรุน ช่วยชะลอการละลายของเทมีฟอส คาด 2-3 เดือนคนไทยได้ใช้แน่        นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ทรายอะเบทที่รู้จักกันดีว่าสามารถกำจัดลูกน้ำยุงลายได้นั้น คือการนำสารเทมีฟอสมาเคลือบกับทราย แต่ปัญหาคือทรายอะเบทมีกลิ่นเหม็นไม่ว่ายี่ห้อใดก็ตาม นอกจากนี้ เมื่อใส่ลงไปในน้ำยังทำให้น้ำขุ่น ประชาชนจึงไม่นิยมใช้ทรายอะเบทในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหามาตลอดทีมวิจัยของกรมวิทย์ จึงร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และภาคเอกชน คิดค้นหาทรายตัวอื่นมาใช้แทน จนพบว่าทรายภูเขาไฟ (ซีโอไลท์) ซึ่งมีรูพรุน เมื่อนำเทมีฟอสมาเคลือบแล้วกลับไม่มีกลิ่น และทำให้น้ำใส เนื่องจากเทมีฟอสจะแทรกเข้าไปอยู่ตามรูพรุนของทรายภูเขาไฟ ที่สำคัญยังมีระยะเวลาและประสิทธิภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงลายนานกว่าทรายอะเบทด้วย คือประมาณ 3-6 เดือน โดยไม่ต้องเติมทรายลงไปใหม่ เพราะรูพรุนของทรายภูเขาไฟจะช่วยชะลอการละลายตัวของเทมีฟอส                 “ปัจจัยที่ต้องคำนึงคือ อุณหภูมิจะมีผลต่อการละลายตัวของเทมีฟอสด้วย หากร้อนมากก็จะละลายเร็วประสิทธิภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงลายจะอยู่ที่ต่ำสุดประมาณ 3 เดือน หากอากาศไม่ร้อนมากประสิทธิภาพจะสูงสุดถึง 6 เดือน ส่งผลให้ทรายภูเขาไฟเคลือบเทมีฟอสได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมจาก วท. เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา กรมฯจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาและนำทรายภูเขาไฟมาใช้เป็นอีกทางเลือกในการกำจัดลูกน้ำยุงลายแทนทรายอะเบท ซึ่งบางประเทศ เช่น มาเลเซีย ก็ซื้อทรายภูเขาไฟไปใช้แล้ว สำหรับในไทยคาดว่าอีก 2-3 เดือน น่าจะมีวางขายในตลาด” อธิบดีกรมวิทย์ กล่าว                นพ.อภิชัย กล่าวว่า สำหรับทรายภูเขาไฟจะใช้ในอุตสาหกรรมความสะอาดดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว จึงหาได้ไม่ยาก แม้ประเทศไทยจะไม่มีภูเขาไฟก็ตาม ทั้งนี้ ด้วยคุณลักษณะของทรายภูเขาไฟเมื่อเคลือบเทมีฟอส ทำให้ไม่มีกลิ่น น้ำใส สามารถดื่มได้ ระยะเวลากำจัดยุงลายยังนานกว่าทรายอะเบททั่วไป แม้จะแพงกว่าทรายธรรมดาเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกันแล้วมีคุณค่ากว่าทรายอะเบท น่าจะสามารถตอบโจทย์และดึงความสนใจให้ประชาชนหันมาใช้ได้มากกว่า แต่ที่น่าห่วงคือคนไทยมักติดนิสัยว่า การกำจัดลูกน้ำยุงลายเป็นหน้าที่ของรัฐ จึงไม่คิดดำเนินการด้วยตัวเอง แม้ได้รับแจกทรายอะเบทก็ไม่นิยมใช้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงจะมีการผลิตทรายภูเขาไฟเคลือบเทมีฟอสบางส่วน แต่คงจะไม่นำมาแจกจ่ายทั้งประเทศ จะแจกจ่ายเฉพาะบางส่วนและบางงานเท่านั้น เพราะอาจทำให้ประชาชนไม่เห็นคุณค่า ส่วนที่เหลืออาจขายสิทธิบัตรให้กับเอกชน แต่จะต้องมีการควบคุมและตกลงราคาของสินค้าว่าต้องไม่แพงเกินไป เฉลี่ยอยู่ที่ซองละ 15-20 บาท

กรมอนามัยแนะผู้มีคอเลสเตอรอล-ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง-น้ำหนักเกิน เลือกกินไอศกรีมแต่พอดี

(Tue, 22 Apr 2014 18:10:09 +0700)         กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง มีไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ และน้ำหนักเกิน ควรกินไอศกรีมเป็นครั้งคราวและจำกัดปริมาณ เหตุส่วนผสมของไขมันและน้ำตาลที่มีปริมาณมากทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้         ดร.นพ.พรเทพ  ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าไอศกรีมเป็นของหวานที่สร้างความสดชื่นในช่วงหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ ครีม น้ำนม หรือผลิตภัณฑ์นม เช่น ครีม นมผง หางนม โยเกิร์ต  นมเปรี้ยว และมีส่วนผสมของสารให้รสหวานนอกจากน้ำตาล ยังมีกลูโคสไซรับ ฟรุกโตส น้ำผึ้ง หรืออาจมีไขมันพืช ไข่ กะทิเพิ่มด้วย ซึ่งส่วนประกอบต่างๆล้วนแต่เพิ่มน้ำหนักให้กับผู้บริโภคทั้งสิ้น จึงควรเลือกชนิดของไอศกรีมที่เหมาะสมหรือหลีกเลี่ยงไอศกรีมชนิดที่มีไขมันสูง เพราะไอศกรีมบางประเภทโฆษณาว่ามีไขมัน 0% แต่กลับมีน้ำตาลสูงถึง 3.5-6.5 ช้อนชา จึงควรระมัดระวังและไม่ควรกินบ่อย         ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ควรเลือกไอศกรีมที่มีส่วนผสมที่มีไขมันน้อย หรือไอศกรีมที่ไม่มีไขมันเลย เช่น ไอศครีมเชอร์เบท หรือไอศครีมหวานเย็น สำหรับผู้ที่มีไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ควรกินไอศกรีมเป็นครั้งคราวและจำกัดปริมาณไอศกรีมทุกชนิด เนื่องจากส่วนผสมของไขมันและน้ำตาลที่มีอยู่ในปริมาณมากมีผลทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ และสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงไอศกรีมทีมีไขมันสูง หรือไอศกรีมที่มีน้ำตาลสูง ทั้งนี้  ไอศกรีมดัดแปลง 1 แท่งประกอบด้วยไขมันอิ่มตัว นมผง หางนม น้ำตาล ให้พลังงาน 150-230 กิโลแคลอรี่ น้ำตาล 4-5.5 ช้อนชา และไอศครีมหวานเย็น บางประเภทแม้จะมีไขมันศูนย์เปอร์เซ็นต์  แต่ประกอบด้วยน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ ให้พลังงาน 60-100 กิโลแคลอรี่ น้ำตาล 3.5-6.5 ช้อนชา ซึ่งใน 1 วันเราไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา ในขณะเดียวกันควรดูฉลากโภชนาการเป็นส่วนประกอบก่อนการบริโภค เพื่อให้ทราบปริมาณพลังงาน น้ำตาลหรือไขมัน จะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้กินมากเกินไป และเลือกกินไอศกรีมจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ เพื่อลดความเสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารที่เกิดจากไอศกรีมไม่สะอาด         “สิ่งที่ช่วยคลายร้อนได้ดีอีกอย่างหนึ่ง คือ น้ำแข็ง แต่ควรเลือกบริโภคน้ำแข็งที่มีวิธีการผลิตที่ถูกสุขลักษณะได้มาตรฐาน GMP เพื่อลดปัญหาการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ และเมื่อน้ำแข็งละลายจะต้องใส ไม่มีตะกอนขาวขุ่น ๆ อยู่ก้นแก้ว เพราะความเย็นของน้ำแข็งไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะเชื้ออหิวาตกโรคสามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำแข็งเป็นเวลานานถึง 2 วัน ก่อนจะดื่มน้ำที่ผสมน้ำแข็งจึงต้องคำนึงถึงความสะอาดปลอดภัยด้วย” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด *** สำนักสื่อสารและตอบโต้ความเสี่ยง/  22 เมษายน 2557

อย. เผย รายชื่อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย อันตราย! อย่าซื้อมาบริโภคเด็ดขาด

(Mon, 21 Apr 2014 22:13:19 +0700)           จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการตรวจสอบ และปราบปรามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผิดกฎหมายที่ร้านค้ามักนำมาจำหน่าย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศ ผลิตภัณฑ์อาหาร/ผลิตภัณฑ์ยาอ้างช่วยลดน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างทำให้หน้าอกโต และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างทำให้ผิวขาว เนียน ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์พบว่า ไม่มีการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร มีการใช้เลขสารบบอาหารปลอม หรือมีการนำเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์อื่นมาใช้  อย. จึงได้รวบรวมรายชื่อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายดังกล่าว เพื่อแจ้งเตือนผู้บริโภค มิให้ซื้อมาบริโภคเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งจากสารอันตรายที่ลักลอบใส่ หรือจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน โดย อย. ได้นำรายชื่อและภาพผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมได้นำขึ้น            เว็บไซต์ อย. (www.fda.moph.go.th) ขอให้ผู้บริโภคติดตามและตรวจสอบ อีกทั้งอย่าได้ซื้อผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายดังกล่าว เพื่อมิให้ได้รับอันตรายจากการบริโภค อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดเกินจริง หรือได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขอให้ร้องเรียนที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะดำเนินการปราบปราม และดำเนินคดีตามกฎหมายกับกระทำผิดต่อไป

ข่าวรับสมัครงาน - Jobs

(2014-04-23) ประกาศผลการสรรหาลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานช่วยเหลือคนไข้ (ปฏิบัติงานกลุ่มงานทันตสาธารณสุข)  

(2014-04-11) ประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อจ้างบุคคลปฎิบัติงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง พนักงานช่วยเหลือคนไข้ จำนวน ๑ อัตรา (ปฏิบัติงานกลุ่มงานทันตสาธารณสุข) 

(2014-04-09) ประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อจ้างบุคคลปฎิบัติงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน ๓ อัตรา (ปฏิบัติงานกลุ่มงานประกันสุขภาพ) 

(2014-02-27) ประกาศผลการสอบคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว
ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ
ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ
ตำแหน่งพนักงานพิมพ์
ตำแหน่งพนักงานทั่วไป
 

(2014-02-21) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา
ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ
ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ
ตำแหน่งพนักงานพิมพ์
ตำแหน่งพนักงานทั่วไป